ภาพบรรยากาศ วันที่ 4 งาน 188 ปี เมืองสกลนคร 17 สิงหาคม 2569

สกลนครประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล รัชกาลที่ ๓ น้อมรำลึกบรรพชน และฉลองสมโภช ๑๘๘ ปี เมืองสกลนคร

.

วันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๙ ณ ลานรวมใจไทสกล ประตูเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร จัดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศแด่บรรพชนเมืองสกลนคร พิธีบวงสรวง และพิธีฉลองสมโภช ๑๘๘ ปี เมืองสกลนคร โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ภาคเอกชน ผู้แทนสายตระกูล ประชาชน และผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

.

พิธีเริ่มขึ้นด้วย ขบวนอัญเชิญท้องตรา เรื่อง ทรงตั้งราชวงษ์เมืองสกลนคร เป็นพระยาประเทศธานีเจ้าเมืองสกลนคร จ.ศ. ๑๒๐๐ เคลื่อนเข้าสู่บริเวณลานรวมใจไทสกล ก่อนประกอบพิธีสงฆ์ โดยพระสงฆ์ จำนวน ๑๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ ประธานในพิธีจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ และทอดผ้าไตรถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

.

จากนั้น ผู้มีเกียรติจากสายตระกูลต่าง ๆ ในนามผู้แทนชาวเมืองสกลนคร ร่วมทอดผ้าไตรอุทิศแด่ บรรพชนเมืองสกลนคร เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีและรำลึกถึงผู้มีคุณูปการในการก่อร่างสร้างเมืองและสืบทอดบ้านเมืองมาจนถึงปัจจุบัน

.

และพิธีบวงสรวงฉลองสมโภช ๑๘๘ ปี เมืองสกลนคร ประธานในพิธีกล่าวคำประกาศสดุดีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อม ลั่นฆ้องชัย ๙ ครั้ง ก่อนที่บัณฑิตพราหมณ์จะประกอบพิธีบวงสรวง โดยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนสายตระกูล และผู้มีเกียรติร่วมปักธูปหาง โปรยข้าวตอกดอกไม้ ณ เครื่องบวงสรวง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง

.

ช่วงท้ายเป็น พิธีฉลองสมโภช ๑๘๘ ปี เมืองสกลนคร ด้วยการบรรเลง กลองกิ่ง โดยโรงเรียนนิรมลวิทยา เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการสมโภชเมือง ตามด้วยการ ฟ้อนสมโภชเมืองสกลนคร โดยชมรมคนรักพระธาตุเชิงชุม ร่วมกับสายตระกูลชาวเมืองสกลนคร ซึ่งมีต้นแบบการฟ้อนโดย ชมรมแก่นศิลป์ราชพฤกษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจและการมีส่วนร่วมของชาวสกลนคร

.

การจัดพิธีในครั้งนี้นับเป็นวาระสำคัญในการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ตลอดจนรำลึกถึงคุณูปการของบรรพชนผู้ร่วมสร้างบ้านแปงเมือง พร้อมสืบสานประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ และความภาคภูมิใจในรากเหง้าของ เมืองสกลนครตลอด ๑๘๘ ปี ให้คงอยู่และส่งต่อสู่คนรุ่นต่อไป